(Benrymie?) For you who never be mine

​(Benrymie?) For you who never be mine

ตาสีน้ำตาลเข้มของอาร์มี่ แฮมเมอร์มองไปที่แท่นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ และจับจ้องที่บุรุษชุดสูทสีขาวสองคนที่กำลังยิ้มให้กัน และแลกแหวนให้แก่กันและกัน

ดวงตาสีฟ้าสดใสจ้องมองไปที่เจ้าบ่าวของตนอย่างแสนรัก ก่อนที่ชายหนุ่มตัวสูงกว่าจะก้มลงประทับริมฝีปากลงไป และจูบกันอย่างดูดดื่ม เพื่อแสดงความรักให้แขกเหรื่อได้ประจักษ์ ซึ่งอาร์มี่รับรู้มันได้มากกว่าใครๆ

มากกว่ารับรู้ความรักที่ทั้งคู่มีให้กัน คือรับรู้ความเจ็บปวดจากส่วนที่ลึกที่สุดในหัวใจ ความรักที่เก็บซ่อนเอาไว้ แต่บอกไปไม่ได้เพราะไม่กล้าพอที่จะเสียเพื่อนรักไป

น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากดวงตาช้าๆ แม้ใบหน้าจะฝืนยิ้มเท่าไหร่ แต่หัวใจเขาก็ยังคงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่ดี

____________________________________

“อาร์มี่ๆ อาร์มี่ แฮมเมอร์!!!”หนุ่มร่างยักษ์สะดุ้งขึ้นทันควันก่อนจะหันไปหาเจ้าของเสียงเรียกอย่างเฮนรี่ คาวิลล์ เพื่อนสนิทที่สุดตั้งแต่เขาจำความได้ คิ้วรียวสวยขมวดเป็นปม ริมฝีปากสีแดงยู่ขึ้นเล็กน้อย ท่าทางอารมณ์ไม่ดีนัก

“รู้แล้วน่าาา เรียกจังเลย”อาร์มีหันไปตอบ ก่อนเฮนรี่จะถอนหายใจใส่ ก่อนจะฟุบลงกับโต๊ะ อาร์มียกมือลูบผมสีดำสนิทของเฮนรี่เบาๆ

“มีอะไรล่ะฮึ?”เขาถาม พลางจับจ้องไปที่คนที่ยังฟุบอยู่ ซึ่งเขสเดาได้เลยว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับคุณแอฟเฟลกแฟนหนุ่มรุ่นใหญ่ของเฮนรี่

เขาก็ไม่รู้หรอกนะว่าเฮนรี่กับผู้กำกับภาพยนตร์คนนั้นไปพบรักกันได้ยังไง แต่ที่รู้ๆคือตอนนี้สองคนนั้นคบกันแล้ว ซึ่งนั่นทำลายโอกาสที่เขากับเฮนรี่จะป็นมากกว่าเพื่อนพังยับเยิน

“เบนน่ะ เขาไม่มีเวลาให้ฉันเลยอาร์มี่ ฉันเหงา”เฮนรี่พ่นลมหายใจออกมาแล้วฟุบลงไปกับโต๊ะอีกรอบ จึงไม่เห็นสายตาเจ็บปวดที่เขาส่งไป 

‘มาคบกับฉันสิเฮนรี่ ฉันจะไม่ทำให้นายเหงา เวลาทั้งหมดที่ฉันมีฉันให้นายได้หมดนะ มองมาที่ฉันสิ’

_________________________________

“อาร์มี่ เบนกลับไปคุยกับแฟนเก่า”วันนี้เฮนรี่มาหาเขาด้วยตาแดงช้ำที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก นั่นทำให้อาร์มี่เจ็บมากกว่าอะไรทั้งนั้น คนๆนั้นกล้าดียังไงถึงทำให้เฮนรี่ต้องร้องไห้ 

เฮนรี่นั่งระบายเรื่องเบนให้เขาฟัง2-3ชั่วโมง และหากนั่นทำให้เฮนรี่รู้สึกดีขึ้นได้ ให้เขานั่งฟังทั้งวันเขาก็ทำได้ เขายอมแลกทุกอย่างเพื่อรอยยิ้มสดใสของเฮนรี่

‘มาคบกับฉันสิ ฉันจะไม่ทำให้นายต้องเจ็บเหมือนที่เขาทำ นายจะไม่ต้องร้องไห้ หรือเสียน้ำตาให้ฉัน เพราะฉันจะทำให้นายมีแต่รอยยิ้มไปตลอด’

__________________________

วันนี้อาร์มี่มาที่บ้านของเฮนรี่ด้วยความเป็นห่วงเพราะเขาติดต่อเฮนรี่ไม่ได้มาราวๆ 2 วันแล้ว ซึ่งมันผิดปกติ และเขาคิดถูกที่มา

เฮนรี่เป็นไข้นอนซมอยู่บนเตียง ดวงตาสีฟ้าปิดสนิท นอนอยู่บนเตียงหลังกว้าง ใบหน้าแดงก่ำเพราะพิษไข้ แต่โชคดีที่เฮนรี่ยังมีแรงมากพอที่จะทำอาหารกินเองได้

“แล้วเบนล่ะ เฮนรี่?”เขาถามถึงแฟนหนุ่มของเฮนรี่ ซึ่งไม่รู้หายไปไหน แฟนตัวเองป่วยหนักขนาดนี้ อย่างน้อยๆก็ควรมาดูแลสิ แต่นี่หายไปไหนก็ไม่รู้

“เบนไปถ่ายหนังอยู่ที่ฝรั่งเศส และเขาไม่รู้ว่าฉันป่วย ฉันไม่อยากรบกวนเขา”เฮนรี่ตอบเขากลับมาด้วยเสียงแหบๆก่อนจะหลับด้วยความอ่อนเพลีย อาร์มี่ยิ้มบางๆให้กับคนบนเตียง 

ใบหน้าเขาขยับใกล้เฮนรี่ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะประทับริมฝีปากของเขาลงไปที่ริมฝีปากของเฮนรี่ แล้วลูบใบหน้าที่เขาหลงรักอย่างแผ่วเบา

ความลับที่จะถูกเก็บงำอยู่ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจเขา ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยได้จูบกับคนที่เขารัก

‘มาคบกับฉันสิเฮนรี่ ฉันดูแลนายได้ดีกว่าเขาอีกนะ นายสามารถโทรหาฉันได้ตลอด และฉันจะมาหานาย ไม่ว่าฉันจะยุ่งแค่ไหนก็ตาม’
_________________________
วันนี้วันเกิดเฮนรี่ ทุกคนกำลังฉลองอย่างสนุกสนาน รวมถึงเฮนรี่ และเบน ที่กำลังพลอดรักกันอยู่ในปาร์ตี้วันเกิด เบนซื้อของขวัญให้เฮนรี่ มันเป็นสร้อยข้อมือ

แต่เบนไม่รู้หรอกว่าเฮนรี่ไม่ชอบใส่อะไรที่ข้อมือนอกเหนือจากนาฬิกา แต่เฮนรี่ยังคงยิ้มให้เบน ก่อนจะโผก่อนเบน และกระซิบข้างหูเบน และหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างมีความสุข

‘ มาคบกับฉันสิ ฉันรู้ว่านายชอบหรือไม่ชอบอะไร นายอยากได้อะไร แบบไหน และฉันจะหาทุกๆอย่างที่นายชอบมาให้นาย ‘

______________________________

“อาร์มี่ ฉันกับเบนหมั้นกันแล้วนะ แล้วเราก็มีแพลนที่จะแต่งงานกันเร็วๆนี้”เฮนรี่เดินมาบอกเขา ใบหน้าหวานๆที่เขาหลงรักกำลังยิ้มอย่างมีความสุข นั่นทำให้เขายิ้มตาม

ถึงแม้ว่าคนที่ทำให้เฮนรี่ยิ้มได้จะไม่ใช่เขาก็ตาม

เฮนรี่โผเข้ากอดเขา ก่อนจะซุกใบหน้าลงที่ไหล่ เขาเอื้อมมือไปกอดรอบเอวของเฮนรี่ไว้ ส่วนอีกมือก็ลูบที่ผมนิ่มๆของเจ้าตัว

“นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลย ฉันรักนาย”เฮนรี่บอกเขาเบาๆ แต่คำนั้นมันกลับมีอิทธิพลกับเขามากๆ เขาควรจะดีใจที่เฮนรี่บอกแบบนั้น แต่มันก็เจ็บที่ตัวเองเป็นได้แค่นั้น

แค่เพื่อนที่ดีที่สุดของเฮนรี่

‘นายคงมาคบกับฉันไม่ได้แล้ว แต่ฉันก็ยังรักนาย ไม่ว่านายมีใครหรือเป็นยังไง ฉันก็ยังรักนาย คนดีที่สุดของฉัน’

_______________________

“นายมีอะไรจะบอกฉันเกี่ยวกับเฮนรี่ไหม”เบนถามเขา เขายิ้มบางๆก่อนส่ายหัว พลางมองไปที่เฮนรี่ซึ่งกำลังยืนต้อนรับแขกที่มาเป็นสักขีพยานในงานแต่งงานของคนทั้งคู่

“ไม่มีครับ แค่ดูแลเขาให้ดีๆ อย่าทำให้เขาเสียใจ เพราะเขาคือ…..เพื่อนที่ผม’รัก’ที่สุด”เบนพยักหน้า ก่อนจะขอตัวไปหาเฮนรี่ เขามองตามคนทั้งคู่ไป ได้แต่หวังว่าเฮนรี่จะไม่หันมาเห็นเขาตอนนี้ เพราะเขาเจ็บปวดเกินกว่าที่จะส่งยิ้มให้คนทั้งคู่ได้

‘ดูแลเขาให้ดีๆ ดีกว่าที่ผมเคยดูแล รักเขาให้มากกว่าที่ผมรัก อยู่เคียงข้างเขาในวันที่เขาแย่ แต่ถ้าวันไหนคุณไม่อยากยืนเคียงข้างเขาแล้ว ได้โปรดบอกผม ผมจะดูแลเขาเอง ไม่ว่าในฐานะใดก็ตาม ‘

เขาได้แต่ยืนยิ้มให้คู่บ่าวสาวที่กำลังมีความสุข มองไปที่เฮนรี่และจดจำภาพนี้ เพราะหลังจากนี้ไปรอยยิ้มนั้นไม่ได้มีไว้เพื่อเขาคนเดียวอีกต่อไปแล้ว และมันก็ไม่ใช่ของเขา ไม่เคยเป็นเลย

‘แด่คุณผู้ไม่มีวันเป็นของผม’

​(Benry)All I want for Chrisrmas is you

​(Benry)All I want for Chrisrmas is you

Moscow,Russia

ร่างสมส่วนกำลังเดินอยู่ในเมืองมอสโกวประเทศรัสเซีย มือที่สวมถุงมือหนังสัตว์ยกขึ้นมาเป่าเบาๆก่อนซุกลงกระเป๋าเสื้อโค้ท ดวงตาสีฟ้าสดใสเปล่งประกายด้วยแสงไฟจากรอบข้าง

ขายาวก้าวไปตามทางเดินพลางมองรอบกาย บรรยากาศของวันคริสมาสต์อบอวลไปทุกที่ บ้านเรือน โบสถ์ ถูกประดับประดาด้วยไฟสีสันสดใส และต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางจัตุรัส

รูปปั้น ประติมากรรมต่างๆก็ถูกตกแต่งด้วยไฟด้วยกันหมด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีเหลืองสว่าง ยิ่งทำให้จัตุรัสแห่งนี้สว่างไสว้หมือนดวงดาวบนต้นคริสมาสต์

เสียงเพลงคริสมาสต์ดังลอยมาตามลมสลับกับเสียงพูดคุยและหัวเราะที่ดังอยู่รอบๆกาย และบรรยากาศอบอุ่นของความรัก ทั้งครอบครัว และคู่รัก เด็กบางคนก็กำลังวิ่งเล่นกัน รวมถึงพูดคุยกันเรื่องซานตาคลอส สัญลักษณ์ประจำวันคริสมาสต์

เขามองเห็นคู่รักหลายคู่เดินผ่านมา ทุกๆคนดูมีความสุขกับเทศกาลที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ 

เขาเดินดูของเล็กน้อยตามซุ้มที่วางขายอยู่ ส่วนใหญ่มักจะเป็นของที่เกี่ยวกับวันคริสมาสต์เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็น่ารักมากจนเขาเสียเงินให้ไปไม่น้อย

แต่เอาจริงๆเฮนรี่ก็อดเหงาไม่ได้เมื่อเห็นคู่รักอยู่ด้วยกัน จับมือกัน แต่พอนึกถึงตัวเองทีไรก็ทำได้แค่ถอนหายใจ แถมยังนึกสงสารตัวเองที่คงได้อยู่คนเดียวจนถึงปีใหม่ 

ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีคนรักหรอกนะ อันที่จริงก็มีแหละ แต่แฟนของเขาบ้างานเกินไปหน่อย ยิ่งช่วงนี้เร่งเขียนบทยิ่งไม่มีเวลา

อย่าว่าแต่มาเที่ยวต่างประเทศเลย แค่McDonaldแถวบ้านยังไม่มีเวลาออกไปซื้อด้วยซ้ำ ตอนแรกก็วางแผนไว้ว่าจะมาเค้าท์ดาวน์กันที่นี่ แต่สุดท้ายก็จมอยู่กับงานจนมาไม่ได้

เขาพยายามไม่คิดมาก หรือเรียกร้องอะไรมากนัก เนื่องจากเขาอายุห่างจากเบน คนรักของเขา 11 ปี เขาไม่อยากให้เบนมองว่าเขาเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่ถึงจะอย่างนั้นมันก็อดคิดไม่ได้

มันเหงานะที่ต้องมาเดินคนเดียวในเทศกาลของครอบครัวและคู่รักแบบนี้  แต่ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ก็คงต้องทำใจล่ะนะ แถมพรุ่งนี้ก็คริสมาสต์อีฟแล้ว แต่เขาก็ยังคงอยู่คนเดียวอยู่ดีทั้งที่วันนั้นควรเป็นวันที่เขาฉลองกับเบนสิ

ให้ตายสิ….เขาเหงา มากๆเลยด้วย
__________________________________
24/12

วันนี้เป็นวันคริสมาสต์อีฟ ผู้คนดูตื่นเต้นและสนุกสนานกับวันสำคัญนี้มาก เขาก็ชอบมองผู้คนเฉลิมฉลองกัน อย่างน้อยๆ เขาจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน

หิมะเริ่มโปรยลงมา เปลี่ยนพื้นถนนให้เป็นสีขาว แต่ถึงจะอย่างนั้นบรรยากาศรอบตัวเขายังคงอบอุ่นและละมุน เหมือนไฟจากเตาผิง เสียงเพลงจากร้านรวงต่างๆเปิดคลอกับเสียงหัวเราะของผู้คน ร้านรวงต่างๆเริ่มแขวนถุงเท้า ไฟสีต่างๆยังคงสดใสเหมือนเดิม
เขาเห็นครอบครัวหนึ่งเดินผ่านเขาไป คนเป็นพ่อและแม่กำลังเล่าเรื่องซานตาลอสให้ลูกสาวฟัง ทำให้เขาอดยิ้มตามไม่ได้
เด็กๆหลายคนใส่หมวกซานตาคลอส หรือเสื้อผ้าสีแดง เขียว ประดับด้วยขนสัตว์ หรือนุ่นสีขาว ทำให้เหมือนมีซานตาคลอสตัวน้อย

อากาศหนาวขึ้นจากเมื่อวานเพราะหิมะตก และเขาก็ยังคงเหงาใจเหมือนเดิม 

ถ้าซานตาคลอสให้ของเด็กดี เขาก็ควรต้องได้สิ เขาก็ไม่ได้ทำตัวแย่สักหน่อย

งั้น คริสมาสต์ปีนี้ เขาขอให้เบน แอฟแฟล็ค มาฉลองกับเขาได้ไหม…. เขาอยากเจอเบนจริงๆนะ 
____________________________________________
25/12
“เฮนรี่ๆ ตื่นได้แล้ว”ตาสีฟ้าเปิดขึ้นมาก่อนจะกะพริบตาถี่ๆเพื่อปรับแสง ก่อนจะขมวดคิ้วมองผ้าห่มบนตัว

ใคร ใครปลุกเขา เขานอนคนเดียวนะ หรือว่า…. ตาของเฮนรี่หันไปมองตามทิศทางของเสียงที่ปลุกเขาขึ้นมา

“เบน!!”เฮนรี่ยิ้มกว้างอย่างดีใจ หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง แล้วพุ่งตัวเข้าไปกอดคนรัก ใบหน้าสวยซบลงกับอกอันอบอุ่นของคนที่เขาคิดถึง มือใหญ่ของเบนลูบหัวและหลังของเขาเบาๆ ริมฝีปากอุ่นค่อยๆแนบลงมาที่ผมสีดำสนิท ยิ่งทำให้คนตัวเล็กกว่ากระชับอ้อมแขนเข้าไปอีก

“ไหนคุณบอกมาไม่ได้ไงครับ?”เฮนรี่เงยหน้ามาถามเบนตาแป๋ว แขนของเฮนรี่ยังคงกอดร่างสูงเอาไว้อยู่ 

“วันคริสมาสต์ทั้งที จะให้ทิ้งแฟนตัวเองให้ฉลองคนเดียวคงจะใจร้ายเกินไปหน่อย”คำอธิบายจากเบนเรียกรอยยิ้มกว้างจสกเฮนรี่ได้อย่างดี และรอยยิ้มอันสดใสของเฮนรี่ ก็ทำให้เขายิ้มตามได้ไม่ยาก

“แล้วปีนี้เด็กดีอยากได้อะไรหืม?”เฮนรี่นิ่งคิดสักพักก่อนจะส่ายหัว ริมฝีปากสีแดงยู่ขค้นเล็กน้อย

“ผมไม่อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรอกครับ แค่มีคุณอยู่ด้วยผมก็มีความสุขแล้ว”คำตอบน่ารักๆทำให้เขาอดใจไม่ไหวจนต้องจับคนตรงหน้ามาจูบจนพอใจ ก่อนจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงจนหายคิดถึง
______________
คนสองคนเดินจูงมือกันท่ามกลางแสงสีของไฟคริสมาสต์ที่จัตุรัส มืออบอุ่นของเบนกุมมือเฮนรี่ไว้แน่นก่อนจะเดินไปด้วยกันบนทางเดินที่มีหิมะสีขาว

และนั่นทำให้เฮนรี่รู้ว่าเขาเองก็ไม่ได้ต้องการของขวัญอะไรมากมายในวันคริสมาสต์ แค่ในปีนี้เขาได้ฉลองกับเบนก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว

เพราะ…All I Want For Christmas Is You

​(Benry)Special Autumn

​(Benry)Special Autumn

ดวงตาสีฟ้าสดใสเหม่อมองใบไม้ที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้ม คิ้วเรียวขมวดเป็นปมเมื่อนึกถึงเรื่องที่คาใจอยู่ตอนนี้

เฮนรี่แอบชอบเจ้านายของตนเอง เฮนรี่เป็นเลขา ส่วนเบน…มิสเตอร์แอฟเฟล็กเป็นเจ้านายของเขา ซึ่งเป็นผู้บริหารของบริษัททำภาพยนตร์ชื่อดัง หล่อ รวย และดูดีมากจนเขาแทบอยากจะละลายให้รู้แล้วรู้รอด

ส่วนเขา…ก็เลขาไง นอกจากงานเขาก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรมากนัก เบนค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง ดังนั้นนอกจากเรื่องงานพวกเขาเลยแทบไม่ได้คุยกัน 

หน้าที่ของเขาคือจัดการสารพัดเรื่องให้ เช่นจองร้านอาหาร จัดเสื้อผ้า ตรวจเอกสาร เดินเอกสาร ชงกาแฟ ไปนู่นมานี่ด้วย และมันทำให้เขาตกหลุมรักคนเป็นเจ้านายอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

แต่เขาไม่คิดว่าเขามีหวัง มีแต่สาวๆสวยๆเข้ามาหาเบน แล้วเขามีดีอะไรล่ะ ไม่มีเลย

และจะมีอะไรแย่ไปกว่าการที่โทรคุยกับเพื่อนเรื่องเบน เพราะเขาชอบ แถมบ่นกับเพื่อนจะเป็นจะตายว่าเบนดีงั้น เบนดีงี้ และเขาชอบเบนแค่ไหน แล้วเบนโผล่มาจากข้างหลังซึ่งไม่ต้องเดาเลยว่าเบนได้ยินอะไรบ้าง
‘จริงๆนะอาร์มี่ เบนเท่มากๆเลย หล่อก็หล่อ เก่งสุดๆ นี่ฉันต้องทำอะไรนะถึงจะได้คบกับเบนบ้าง ดูคนที่เข้าหาเบนแต่ละคน ทั้งสวย เก่ง ดูดี เลขาธรรมดาอย่างฉันจะเอาอะไรไปสู้ แต่เบนฮอทจริงๆนี่เนอะ หล่อ เท่ เก่ง รวย ถ้าให้ใครยกตัวอย่างคำว่าเพอร์เฟ็คนะ ฉันจะยกเบนขึ้นมาเลย’



‘เฮนรี่คุยเสร็จรึยัง อย่าลืมเช็คอีเมลที่สาขาอังกฤษส่งมาให้ด้วย’ 

ให้ตาย…. ยิ่งคิดเขายิ่งเครียด ทุกวันนี้โอกาสคุยกันยิ่งน้อยๆอยู่ เฮนรี่ คาร์วิลล์ล่ะอยากได้นาฬิกาย้อนเวลาจริงๆ

–กริ๊งงงง–
[คุณแอฟเฟล็ค]
เฮนรี่หันไปมองเสียงสมาร์ทโฟนที่แผดเสียงอยู่ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามา ก่อนจะรีบกุลีกุจอรับ อันที่จริงตั้งแต่วันนั้นเขาก็แทบไม่ได้มองหน้าเบนด้วยซ้ำ 

อีกอย่างวันนี้วันอาทิตย์ วันหยุดของเขา เบนจะโทรมาทำไม
“สวัสดีครับคุณแอฟเฟล็ค”เฮนรี่เอ่ยทักทายเบาๆผ่านโทรศัพท์ พลางคิดถึงเหตุผลต่างๆนาๆที่เบนโทรมาหาเขาในตอนนี้

“นายว่างไหมวันนี้?”เฮนรี่ขมวดคิ้ว ก่อนจะนึกถึงเหตุผลที่เบนถาม… หวังว่าคงไม้บากออกำปข้งนอก เขาทำตัวไม่ถูกแน่ๆให้ตาย

“เอ่อ ว่างครับ มีอะไรรึเปล่า?”เขาตอบกลับไป เบนเงียบไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่เขาไม่อยากได้ยิน

“แต่งตัวซะ เดี๋ยวฉันไปรับ อีกสักครึ่งชั่วโมง แต่งสบายๆก็ได้ ไม่ได้ไปทำงาน”OMFG เบนชวนเขาไปข้างนอก คนเราสามารถตายได้โดยไม่ต้องหยุดหายใจเลย เขารีบตอบรับก่อนเบนจะวางสายและไปแต่งตัว

ช่วยลืมคำว่าสบายๆที่เบนบอกไว้ด้วยล่ะ

เขาก็พยายามจะแต่งตัวสบายๆ แต่นี่เจ้านายที่คุณกำลังตกหลุมรักชวนคุณออกไปข้างนอก คุณคงไม่ใส่’สบายๆ’จริงๆหรอกใช่ไหม สำหรับเฮนรี่ ใช่ และเขากำลังลองเสื้อตัวที่ 4 อยู่

ปกติเขาใส่แค่ชุดทำงานนี่ แต่นี่ ให้ตายสิ แต่งนู่นก็ไม่รู้จะดีไหม นี่ก็ไม่รู้จะเหมาะหรือเปล่ส เขาเริ่มเข้าใจผญ.ที่แต่งตัวนานขึ้นมาเลย

สุดท้ายก็จบลงด้วยเสื้อไหมพรมแขนยาวสีครีม กางเกงยีนส์ คลุมทับด้วยเสื้อโค้ทยาวประมาณเข่าสีน้ำตาล เช็คความเรียบร้อยตัวเองสักพัก ก่อนจะเดินออกไปรอคนที่จะมารับ

OMG เบนมาในชุดสบายๆก็จริง แต่เบนดูดีชะมัด เสื้อโค้ทยาวสีดำ เสื้อสีขาว และกางเกงยีนส์สีดำ ผมที่ไม่ได้ถูกเซ็ทให้เป๊ะเหมือนวันทำงาน แต่ดูดีสุดๆ ทั้งๆที่อากาศหนาวแต่หน้าเขาร้อนชะมัด

“เอ่อ เราจะไปไหนกันเหรอครับ?”เฮนรี่ถาม เขาก้มหน้าลงพื้นเพราะไม่กล้าสบตากับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“เดี๋ยวนายก็รู้”เบนตอบก่อนจะเดินนำหน้าเฮนรี่ขึ้นรถ….ให้ตายสิ เขาจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ตอนนี้หัวเขาตื้อไปหมด และเขากำลังจะตายเพราะหัวใจที่เต้นแรงเกินไป

เฮนรี่มองวิวข้างทางก่อนจะรู้สึกว่าทางรอบข้างเริ่มเป็นป่า เป็นสิ่วที่บอกว่าพวกเขากำลังออกนอกเมือง ต้นไม้ข้างทางเปลี่ยนใบเป็นสีส้มอบอุ่น ดูเป็นบรรยากาศที่เหมาะกับคู่รักมากๆ

แต่…คู่รักเหรอ อยากเป็นเหมือนกันนะ ตาสีฟ้าใสเหลือบมองคนที่ขับรถอยู่ข้างๆ เขามีคำถามจะถามเบนมากมาย แต่เขาก็กลัวอยู่ดีนี่

หลังจากอยู่บนรถราวๆชั่วโมงครึ่งก็มาถึงจุดหมายที่เบนต้องการพามา เป็นบ้านขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ ล้อมรอบด้วยต้นไม้สีส้ม เฮนรี่หันไปมองเบนอย่างแปลกใจ

“ฉันแค่ต้องการที่ที่เป็นส่วนตัว…ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”เฮนรี่เบิกตากว้าง ในหัวเขาตอนนี้ตีกันวุ่นไปหมด แต่มีเรื่องหนึ่งที่เด่นชัด คือเบนต้องมาคุยกับเขาเรื่องที่เขาคิดยังไงกับเบน แต่จะดีหรือร้ายนั้นเขาเองก็ไม่กล้าคาดเดา

“ฉันได้ยินที่นายพูดถึงฉัน กับเพื่อนนาย”เบนขึ้นประโยค เฮนรี่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าก้มมองพื้น มือเล็กได้แต่จับชายแขนเสื้ออย่างประหม่า

“ฉันโอเคนะ”เฮนรี่เงยหน้าขึ้นมามองอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง หน้าตาตกใจของคนตรงหน้าทำให้เบนหลุดยิ้มออกมา ยิ่งทำให้เฮนรี่เขินมากขึ้นไปใหญ่

“คุณไม่โกรธเหรอที่ผมคิดอะไรเกินเลยกับคุณ”เฮนรี่ถามกล้าๆกลัวๆ เบนส่ายหัวยิ้มๆก่อนจะขยับเข้ามาใกล้เฮนรี่มากขึ้น จนประชิดตัว มือใหญ่ค่อยๆเชยคางเฮนรี่ขึ้นมา ก่อนจะแนบริมฝีปากลงไปอย่างแผ่วเบา

“ฉันดูโกรธไหมล่ะ?”เฮนรี่ส่ายหัว และยิ่งก้มมากขึ้นไปอีก เขาเขินจะตายอยู่แล้ว หน้าเขาคงแดงพอๆกับใบไม้และล่ะมั้งตอนนี้  แต่เขาดีใจนะ ดีใจมากๆเลย แต่…เขาก็เขินนี่นา

“ผมไม่คิดว่าคุณจะชอบผม ผมธรรมดาเกินไป มีคนที่สวยกว่าดีกว่าเก่งกว่าเข้ามาหาคุณตั้งมากมาย ผมเทียบกับพวกเธอไม่ได้เลย”เฮนรี่พูด ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองเบน เบนหังเราะเบาๆ ก่อนจะเอามืออุ่นๆมาวางบนผมของเขา

“ฉันก็ไม่ได้อยากได้แฟนเป็นพวกยอดมนุษย์สักหน่อย ฉันไม่ใช่แบทแมนนะที่จะอยากได้ซุปเปอร์แมนมาเป็นแฟนน่ะ”เฮนรี่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะรู้สึกถึงมือเบนที่เอว

“งั้นคบกันไหม เฮนรี่?”เฮนรี่พยักหน้ารัวๆ แล้วพุ่งไปกอดเบนด้วยความดีใจ เบนยิ้มก่อนจะแนบใบหน้าลงกับผมสีดำสนิทของคนรัก(ที่เพิ่งขอ) ก่อนจูบเบาๆ 

“เข้าบ้านกันเถอะ ข้างนอกมันหนาว”เฮนรี่หันมายิ้มโชว์เขี้ยวเล็กๆ แล้วพยักหน้า แล้วเดินเข้าไปในบ้าน

“อันที่จริง แค่มีคุณอยู่ด้วยมันก็ไม่หนาวแล้วนะครับ”ประโยคง่ายจากเฮนรี่เรียกรอยยิ้มให้เบนได้อีกครั้ง ถ้าเขารู้ว่าเป็นแฟนกันแล้วเฮนรี่จะน่ารักขนาดนี้ เขาจะขอเป็นแฟนตั้งแต่วันที่มาสมัครงานเลย

​(BruceBen)When we kiss

​(BruceBen)When we kiss

เขารู้ว่ามันผิด แต่เขาก็ไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้

ก็ดูดวงตาสีน้ำตาลนั่นสิ

ดูผมสีเข้มตรงนั้น

ดูขายาวๆนั่น

มันสมบูรณ์แบบ เขาละสายตาจากมันไม่ได้ แม้มันจะเหมือนกับเขาก็ตาม

มนุษย์ซับซ้อน

มนุษย์เต็มไปด้วยความต้องการไม่สิ้นสุด

คุณเคยเข้าไปในเขาวงกตไหมล่ะ

ไม่เหรอ

มันซับซ้อนแบบนั้นแหละ ความซับซ้อนแบบที่คุณนึกไม่ออก

แต่เขารักมัน

คุณเคยเห็นนรกที่เต็มไปด้วยคนบาปที่ถูกแผดเผาไหม

ไม่เคยอีกล่ะสิ เขาก็ไม่เคย เขาจึงไม่กลัว 

หรือต่อให้ต้องเจอ

เขาก็ว่ามันคุ้ม

เบนน่ะสดใส เป็นนักแสดงชื่อดัง มีสาวๆหมายปองมากมาย สว่างจนคนอย่างเขาเข้าใกล้มากไม่ได้

ส่วนเขาเป็นนักธุรกิจ และศาลเตี้ย ที่ชีวิตมืดมนมาโดยตลอด แสงสว่างน่ะเหรอ ไม่เคยเห็นเหมือนกัน

อ้อ เคยเห็นอยู่สองครั้ง คือตอนเกือบโดนจับเผาทั้งเป็น กับตอนสารพัดสิ่งมันระเบิด

สว่างจ้าจนแสบตาเลยล่ะ

เบนเป็นน้องชายฝาแฝดแท้ๆของเขา แต่อาจจะเพราะเราอยู่ด้วยกันน้อยเกินไป ความรู้สึกแบบพี่น้องมันก็ลดน้อยลงไป

แต่มันก็มีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทน ความรู้สึกแบบคนรักในแบบที่มันไม่สมควร เขาไม่สามารถเข้าใกล้เบนมากเกินไป เพราะกลัวสิ่งที่เขาทำจะทำร้ายเบน 

กลัวว่าความรู้สึกที่ผิดจะทำให้เบนไกลจากเขา

เขาคงทนไม่ได้ เพราะเบนคือแสงสว่างสุดท้ายที่เขามีอยู่ สิ่งเดียวที่เขายอมแลกทุกอย่างเพื่อจะปกป้อง

เขาให้เบนเปลี่ยนนามสกุล เขาให้เบนแสร้งทำว่าไม่รู้จักเขา ผลักเบนออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้

แต่ความรู้สึกของเขายังคงใกล้ชิดกับเบนเหมือนเดิม

และใกล้มาขึ้นไปอีกเมื่อพวกเขาจูบกัน 

ทุกๆอย่างเปลี่ยนไป เบนห่างไกลจากเขา สายตาก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่พี่น้อง แต่ไม่เป็นอะไรเลย ราวกับคนแปลกหน้า

“ทำไมพี่ต้องพยายามผลักให้ผมออกห่างจากพี่?”วันหนึ่งเบนเดินเข้ามาถามเขา เขาเงียบเป็นการปฏิเสธคำถามนั้น เบนขมวดคิ้ว ก่อนขยับเข้ามาใกล้

“ฉันไม่ได้ผลักไสนาย”นั่นคือคำโกหก เขารู้ แต่หากเขาบอกเหตุผลไป เบนจะเข้ามาใกล้เขามากกว่าเดิม และเขายอมไม่ได้

“พี่ทำ พี่ให้ผมเปลี่ยนนามสกุล เปลี่ยนทุกอย่างที่จะเกี่ยวข้องกับพี่”เขาส่ายหัว ก่อนจะพยายามเดินออกมาเพื่อหลีกเลี่ยงคำถามต่อจากนี้  แต่เสียงที่ดังตามหลังมาทำเขาสติหลุด

“เกลียดผมมากรึไง พี่ไม่เคยสนใจหรอกว่าผมจะป็นยังไง พี่ไม่เคยรู้หรอกว่าผมต้องเจออะไรบ้าง ผมอยากกลับบ้านแล้วเจอคนในครอบครัวคนเดียวที่ผมเหลืออยู่ แต่มันว่างเปล่า พี่มันไม่เคยเข้าใจ เกลียดผมมากเลยเหรอถึงต้องทำกันขนาดนี้”เขาเดินไปก่อนจะกระชากเบนเข้ามาจูบเพื่อหยุดประโยคจี้ใจดำ

ตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง ก่อนผลักเขาออกและรีบวิ่งออกไป เขาทรุดลงกับพื้นพลางนึกถึงเหตุผลที่เขาไม่เคยบอกเบน

เพราะเขารู้ว่าการสูญเสียคนในครอบครัวมันว่างเปล่าขนาดไหน เขาจึงอยู่ห่างเบนไว้ เพื่ออย่างน้อยๆเบนก็ยังอยู่

ถึงจะไม่ได้สัมผัสแต่เขาก็รู้ว่าเบนยังสุขสบาย

ถึงจะไม่ได้เห็นหน้าแต่ก็รู้ว่าอีกคนเป็นอย่างไร

เขาไม่ได้อยากเดินไปที่สุสานแล้วถามว่าบนสวรรค์เป็นยังไง

เขาต้องการเบนที่ยังมีชีวิตอยู่แบบนี้ และสักวันเบนคงเข้าใจ

แต่สุดท้ายวันนั้นก็ไม่มาถึง

เบนอัธยาศัยดีต่อแฟนๆ และนั่นคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุด กระสุนปืนนั่นยิงเข้าที่หัวใจของเบนอย่างแม่นยำ จากฝีมือใครสักคน 

ร่างนั้นทรุดลงกับพื้น และหลุดลอยไปโดยที่เขาไม่มีโอกาสแม้จะเอ่ยคำบอกลา ได้แต่ประคองร่างที่ไร้ลมหายใจ เย็นเยียบไว้ในอ้อมแขน

พร่ำบอกในสิ่งที่เบนไม่มีทางได้ยิน น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ตกลงบนใบหน้าของน้องชายผู้เป็นที่รัก

ความว่างเปล่าในตอนนี้คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ทุกวินาทีที่ผ่านมีแต่เรื่องของเบน รอยยิ้มของเบน เสียงหัวเราะของเบน หรือแม้กระทั่งตอนที่เราทั้งคู่จูบกัน

มันอบอุ่น และเจ็บปวด เขาอยากให้เขานอนฝันถึงตอนที่เขาทุกข์ ไม่ใช่ตอนที่เขามีความสุข เพราะตอนที่ตื่นมารับรู้ความจริงที่ว่าความสุขนั้นมันหายไปแล้วมันโหดร้ายจนเขาไม่อยากรับรู้

“บนสวรรค์เป็นไงบ้างเบน สบายดีไหม? ฉันรักนายนะ”อันที่จริงเบนก็คงเหมาะกับสวรรค์ เพราะเบนคือสิ่งที่ดีที่สุด และดีเกินกว่าที่จะอยู่เคียงคู่กับเขา ไม่ว่าฐานะใดก็ตาม

และถ้าหากเขาเลือกได้เขาก็อยากจะไปอยู่กับเบนบนนั้น เพราะในโลกนั้นเขาไม่ต้องกันเบนจากอะไรอีกแล้ว อย่างน้อยๆ เขาคงสามารถรักเบนได้ อยู่ใกล้เบนได้ มากกว่านี้

เขาคงได้บอกในสิ่งที่เขาไม่เคยบอก และเราคงเข้าใจกันมากกว่านี้

คิดถึงจนแทบขาดใจ

-กริ๊ก-

เสียงเหนี่ยวไกปืนดังมาจากทางด้านหลังของเขา แต่ไม่ได้ทำให้เขาสนใจมันมากนัก เพราะต่อให้มันฆ่าเขาจริงๆ เขาก็ไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว

“แกจะเป็นศพรายต่อไปถัดจากน้องชายสุดที่รักของแก”เสียงเหี้ยมโหดของมือปืนพูดขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกลัวแต่อย่างใด อย่างน้อยๆ เขาก็ได้มีโอกาสบอกลาเบนแล้ว

“Go ahead,I have nothing to lose”เขาหลับตาเพื่อรอรับกระสุนปืน และ

ปั้ง!!!

‘ลาก่อนเบน หวังว่าเราจะเจอกันบนนั้น’

(Benry)Cycle

If that is love,Then it is love

Even it makes you hurt,but it is still love

Although it seems like a curse,but it is still love

It is nothing but love

‘ไม่ๆๆๆๆ เฮนรี่เจ้าต้องไม่ตาย ตื่นขึ้นมาคุยกับข้าสิ ไม่ๆๆๆๆๆๆ’เสียงสั่นเทาของเจ้าชายหนุ่ม ผู้โอบกอดร่างของบุคคลอันเป็นที่รักไว้ในอ้อมแขน เลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนเต็มชุดของผู้สูงศักดิ์ แต่ผู้สวมใส่หาได้สนใจ 

เสียงกรีดร้องคำรามอย่างเจ็บปวดดังสะท้อนในป่ากว้าง ชายหนุ่มก้มลงมองคนรักอย่างเจ็บปวด ลูกธนูอาบยาพิษตกอยู่ข้างกาย เคลือบด้วยเลือดของบุคคลในอ้อมกอด 

ดวงตาสีฟ้าสดใสไร้แววชีวิต ร่างสูงแนบใบหน้าลงไปก่อนจะเอื้อมมือไปปิดตาของคนรักก่อนจะทิ้งตัวลงนอนข้างๆ ปลล่อยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดออกมาอย่างไม่มีหมดสิ้น

_________________________________

‘เฮนรี่ ตื่นขึ้นมาคุยกันสิ ไหนบอกจะรักกันตลอดไปไง ตื่นขึ้นมาเถอะ ได้โปรด ที่รัก ได้โปรด’เสียงอ้อนวอนอย่างหมดแรงพร่ำร้องเรียกคนรักที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

มือใหญ่กุมมือของคนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างแผ่วเบาก่อนก้มลงจุมพิตเบาๆ หวังให้คนที่จากไปตื่นขึ้นมาหาเขาอีกครา แต่ไม่มีวัน ไม่มีทางเป็นเช่นนั้น

__________________________________

‘เฮนรี่ อดทนอีกนิดนะ อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ เฮนรี่!!!!!!’ เสียงสัญญาณยาวจากเครื่องมือแพทย์ตอกย้ำเบนว่าเฮนรี่จากไปแล้ว

เส้นกราฟบนหน้าจอขึ้นแสดงความจริงที่เขาไม่อยากรับรู้       เฮนรี่จากเขาไปอีกแล้ว 

__________________________________

‘นโปเลียน…..’น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาจากดวงตาสีน้ำตาลเข้ม เมื่อเบนพบว่าคนรักของเขา นโปเลียน โซโล สายลับคนเก่งประจำCIA ถูกฆ่าตายระหว่างทำภารกิจ
___________________________________

เบน แอฟเฟล็ค เป็นอมตะ 

เขาใช้ชีวิตอยู่กับคำสาปที่เขาแทบลืมไปแล้วว่าเขาโดนคำสาปนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่แต่แผลที่คำสาปนั้นมอบให้ เขาไม่เคยลืมแม้แต่น้อย

แต่ถึงอย่างไรความแค้นที่มีต่อเจ้าของคำสาป ไม่เคยลดลงแม่แต่วินาทีเดียว
นังแม่มดตนนั้น เขาเจอนางระหว่างทางไปต่างเมืองราวเกือบ 2พันปีที่แล้ว นางขอติดตามเขาไป และพยายามยั่วยวน แต่ไม่สำเร็จ เพราะเขามีคนรักอยู่แล้วคือเฮนรี่

นางทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เขามาแต่ไม่สำเร็จ เมื่อความเลวร้ายถูกเปิดโปง นางถูกเผาทั้งเป็นเหลือทิ้งไว้แต่คำสาปแช่งต่อเขา และเฮนรี่

นางหวังให้เขาเจ็บปวดจากความรักที่ไม่สมหวังอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

และหากนางเห็นเขาตอนนี้ นางคงสะใจแล้ว 

เขาใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไป กิน นอน และมีความรัก แต่ความรักของเขากลับทรมานจนเขาอยากตายทุกๆครั้งที่เขาเจอกับคนที่เขารัก

คนที่เขารักทุกคนต้องตาย ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ทั้งที่เวลาตอนนั้นมันดีมากๆ แล้วแท้ๆ แต่ก็ไม่เคยได้ถึงฝั่งฝัน คนที่เขารักล้วนจากไป

แต่ที่เลวร้ายกว่าคือคนรักของเขาที่เสียไป เป็นคนเดียวกันทั้งหมด….

เฮนรี่ แม้บางครั้ง อาจจะเกิดมาเป็น นโปเลียน คลาร์ก หรือ แอลเบิร์ต แต่เฮนรี่ยังคงเป็นคนรักของเขา 

คนรักที่เขาสูญเสียไปจนนับครั้งไม่ถ้วน 

เขามองเฮนรี่ตายครั้งแล้ว ครั้งเล่า โดยที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย 

ทุกครั้งที่ทุกอย่างกำลังไปได้ดี กำลังจะแต่งงาน หรือกำลังจะไปฉลองวันครบรอบ ไม่กี่วันหลังจากนั้น เฮนรี่ก็จะจากเขาไป ทั้งอุบัติเหตุ หายตัว ฆาตกรรม หรือแม้กระทั่งฆ่าตัวตาย หรือบางครั้งก็เป็นโรคร้าย

แต่ไม่ว่าจะเหตุผลใดมันทำให้เขาเจ็บเจียนตายได้ทุกครั้ง

แต่พอผ่านไปสักพัก เขาก็จะเจอเฮนรี่อีกครั้ง 

เขาไม่สามารถรักคนอื่นได้เลย และเขาไม่สามารถห้ามตัวเองให้ไม่รักเฮนรี่ได้เช่นกัน เขาเจ็บทุกครั้ง แต่ความรักที่หอมหวานมันยั่วยวนเกินกว่าที่เขาจะปฏิเสธได้

ทุกคืนเขาได้แต่อธิษฐานให้คำสาปนี้สลายไปเสียที ไม่ก็ทำให้เขาไร้หัวใจไร้ความรักเสียดีกว่าที่ต้องมานั่งมองคนรักของคนเองจากไปครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนี้

“คุณคิดอะไรอยู่หรือครับเบน”เสียงนุ่มๆดังขึ้นข้างหูเบน เรียกให้เขาหันไปมอง ก่อนจะสบเข้ากับดวงตาสีฟ้าใสที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว

แขนของเฮนรี่โอบรอบตัวของเขาไว้ เขาหันไปยิ้มให้กับใบหน้างดงามตรงหน้า

“เปล่าสักหน่อย ทำไมถึงมาอ้อนละฮึ?”เฮนรี่หัวเราะเบาๆ เผยให้เห็นเขี้ยวเล็กๆ ก่อนจะเอียงซบใบหน้ากับใบหน้าเขา 

“ผมจะไปเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่พรุ่งนี้ครับ คือคุณพ่อของผมโรคประจำตัวกำเริบ ผมต้องกลับอังกฤษพรุ่งนี้”เบนนิ่ง… เวลานั้นมาถึงอีกแล้ว เวลาที่เขาต้องเจ็บปวดเจียนตาย และเขาจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น

“เดี๋ยวฉันไปด้วย”เขาบอกเฮนรี่ อย่างน้อยๆเขาจะได้อยู่เคียงข้างคนรักในนาทีสุดท้าย ไม่ใช่เหมือนคราวที่คบกับคลาร์ก… คนรักของเขาถูกเผาไม่เหลือซากในกองเพลิงในผับที่เจ้าตัวไปหาข้อมูลเขียนข่าว

นอกจากเศษซากของสร้อยแทนใจ ก็ไม่มีอะไรเหลืออีกเลย….

“ตั๋วเครื่องบินเหลือแค่ที่เดียวครับเบน ผมพยายามจองแล้ว เอาน่าเบน เดี๋ยวผมก็กลับมา”และเบนรู้ ว่าเฮนรี่จะไม่มีวันกลับมาหาเขาอีกแล้ว ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงจูบริมฝีปากนุ่มของเฮนรี่อย่างแผ่วเบา

หลับตาซึมซับความรู้สึกทุกอย่าง น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาช้าๆ

“อย่าทำแบบนั้นสิครับเบน ผมต้องไปจริงๆ เดี๋ยวผมก็กลับ นะครับ พ่อหมี”เบนพยักหน้า ก่อนจะเดินขึ้นไปบนบ้านเพื่อช่วยเฮนรี่เก็บของสำหรับวันพรุ่งนี้

เขายังขอเหมือนทุกๆวัน ได้โปรดหยุดเวลาให้เขาเคียงข้างคนรัก ขอให้คนรักของเขาปลอดภัย ขอให้คำสาปที่เลวร้ายนี้หายไปเสียที

แต่สุดท้ายพระเจ้ายังคงเกลียดเขาที่สุด

เครื่องบินลำที่เฮนรี่ขึ้นเกิดเชื้อเพลิงระเบิดกลางอากาศ…. ไม่มีใครรอด แม้แต่เฮนรี่เองก็ตาม

ไม่มีศพ ไม่มีของใดๆเหลือ แม้แต่หัวใจเขา ที่เขาอยากให้มันกลายเป็นเศษซากพร้อมๆกับเฮนรี่ เขาไม่อยากเจ็บอีกแล้ว

แต่เขารู้ว่าต่อให้เขาสร้างถ้ำใต้พิภพ เฮนรี่ก็จะมาพบเขา และทำให้เขารักได้เสมอ
_____________________________________

เขาเดินไปเรื่อยเปื่อยมองสิ่งที่คุ้นตาตลอดระยะเวลากว่า 1000 ปี หรือมากกว่านั้น 

ภาพของเฮนรี่ทุกคน ที่ไม่ว่าจะเป็น คลาร์ก นโปเลียน หรือแอลเบิร์ต ย้อนกลับเข้ามาเป็นฉากๆ ทั้งตอนสุข และตอนจากกัน

“ขอโทษนะครับ พิพิธภัณฑ์ ไปทางไหนครับ?”เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง เบนตัวชาวาบก่อนหันไปมองช้าๆ ก่อนจะหันไปพบกับใบหน้าที่เขาเห็นมานับครั้งไม่ถ้วน

“เฮนรี่…”เขาพึมพำชื่อคนที่จากไปเบาๆ เรียวคิ้วสวยของคู่สนทนาขมวดเข้าหากัน พลางยิ้มน้อยๆ

“ผมไม่ได้ชื่อเฮนรี่ครับ… ผมชื่อนโปเลียน”เบนพยักหน้ารับก่อนจะเริ่มบทสนทนากับเฮนรี่ของเขาอีกครั้ง….

​​(Benry)What would you like to drink?

​(Benry)What would you like to drink?


“Manhattan 1″เสียงเข้มของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้เดินตรงดิ่งมาที่บาร์อย่างมีจุดหมาย ก่อนจะเอ่ยสั่งเมนูที่ตนต้องการ

ตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองทั่วร้านประจำราวกับมองหาใครสักคนอยู่

WB BARS บาร์เหล้า และแหล่งบันเทิงกลางคืนของเหล่าผีเสื้อราตรีทั้งหลาย บาร์แห่งนี้เป็นที่นิยมในบรรดา ไฮโซ และเซเลปบริตี้ เพราะรสนิยมของเพลงที่ไพเราะ และเสียงที่ไม่อึกทึก

ค็อกเทลสีส้มออกน้ำตาลถูกยื่นมาให้จากบาร์เทนเดอร์ เขาผงกหัวรับ ก่อนจะค่อยๆจิบ พลางมองหาคนที่ถูกใจ

“นายเห็นโต๊ะนั้นไหม?”เบน แอฟเฟลค 1 ในหุ้นส่วนสำคัญของWayne Enterprise เขาถูกใจบาร์แห่งนี้ เพราะความสงบของมัน และแอลกอฮอลล์ชั้นดีที่ผ่านการปรุงแต่งจนเป็นเครื่องดื่มที่ร้อนแรง

เบนไม่มีค็อกเทลชนิดใดหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ยี่ห้อไหนที่โปรดปรานเป็นพิเศษ เขาเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามอารมณ์ในแต่ละวัน

และวันนี้เขาสนใจ Sex on the beach สีสวยที่อยู่โต๊ะถัดจากเขาไป

ดวงตาสีฟ้าสดใส รอยยิ้มที่ดูจะสว่างสไวยิ่งกว่าไฟดวงใดในร้านนี้ และเสียงหัวเราะที่ลอยคลอมา

“เห็นครับ มีอะไรหรือเปล่า?”เสียงสุภาพของบาร์เทนเดอร์ตอบรับเบนหันไปมองก่อนจะแจ้งความประสงค์ของเขาแก่บาร์เทนเดอร์

“ฉันสั่ง Blue doradoให้โต๊ะนั้น 1 แก้ว ให้คนสวยตาฟ้าตรงนั้นน่ะ”บาร์เทนเดอร์พยักหน้ารับ ก่อนจะเริ่มผสมเครื่องดื่มที่สั่ง และให้พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งไปส่งให้นางฟ้าที่เขามอง

คนสวยตาฟ้ายื่นมือมารับก่อนจะหันมายิ้มให้เขา ใบหน้าสวยยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเดินมานั่งที่นั่งข้างๆเขา มือนุ่มแตะลงบนต้นขาเขาอย่างแผ่วเบา

“เฮนรี่ คาวิลล์”ไม่ผิดจากที่คิด เสียงนุ่มนวล ผสมความยั่วยวน ใบหน้างดงามขึ้นสีเล็กน้อยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

“เบน แอฟเฟลค”เขารีบจับมือคนสวยนามว่า เฮนรี่ ไว้ก่อนจะซนไปมากกว่านี้ เฮนรี่ยิ้มบางๆก่อนจะค่อยๆลูบมือเขาช้าๆ ก่อนขึ้นมาที่ต้นแขนแน่น

เบนเริ่มมองสำรวจเฮนรี่ไล่จากดวงตาสีฟ้าสดใส จมูกโด่ง ริมฝีปากสีสด เขี้ยวเล็ก ก่อนจะไล่ลงมาที่อกแน่นในเสื้อเชิ้ตสีขาวบาง ที่เขาอดจินตานาการไม่ได้ว่าในนั้นจะงดงามแค่ไหน 

ลงมาที่เอวคอดที่เบนอยากจะดึงรั้งมาใจจะขาด จนมาถึงสะโพกแน่นใต้กางเกงผ้าที่แนบเนื้อ

“จะกินผมหรือยังไง?”เสียงใสถามอย่างขี้เล่น และหัวเราะเบาๆ ก่อนจะปล่อยมือจากเบน แล้วหันไปจิบเครื่องดื่มที่เบนสั่งมาให้

“ทำไมเป็น Blue dorado?”เฮนรี่ถาม ก่อนจะวางแก้วเครื่องดื่มที่หมดแล้วลง ก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่ทใหม่กับบาร์เทนเดอร์

“สีมันสวยเหมือนตานายดี”เบนตอบง่ายๆ เฮนรี่ยิ้ม ก่อนจะเอื้อมจะหันไปสบตาเจ้าดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ที่เฮนรี่สะดุดตาตั้งแต่เข้าร้าน

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ มาคนเดียว กับManhattan 1 แก้ว แค่ดูเผินๆก็รู้ว่าคงมีฐานะไม่น้อย ซึ่งนั่นไม่ใช่ประเด็นหลักของเฮนรี่เท่าไหร่นัก

รสนิยมของคนตรงหน้าต่างหากที่เขามอง เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทเนื้อดี รองเท้าหนังมันปลาบ ท่าทางที่ภูมิฐาน และไว้ตัว ที่แฝงไว้ด้วยความร้อนแรง เหมือนเครื่องดื่มที่เจ้าตัวถืออยู่

เบนหันไปมองเฮนรี่ที่สั่ง sex on the beachมาอีกแก้ว และเริ่มละเลียดเชอร์รี่ช้าๆ

ลิ้นสีสดค่อยละเลียดจากปลายเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ ก่อนจะกัดช้าๆ เรียกสายตาให้เบนหันไปมองอย่างตั้งใจ 

“อยากแทนที่ด้วยอย่างอื่นไหมล่ะครับเบน?”เสียงนุ่มถามเขสด้วยนัยน์ตาพราวระยิบ มือสวยเลื่อนลงไปจับต้นขาของเบน

“ไม่ดื่มกันก่อนเหรอ?”เบนถามก่อนจะจับมือสวยออกจากอะไรๆที่ดูจะตื่นเร็วเสียเหลือเกิน

“ดื่มก่อนก็ได้ครับ ผมมีเวลาให้คุณ’ทั้งคืน’อยู่แล้ว”เฮนรี่ยิ้มยั่วก่อนจะดื่มเครื่องดื่มที่สั่งมาแก้วต่อแก้ว

ไฟร้อนของแอลกอฮอลล์แผดเผาคนทั้งคู่ 

หากเบนเป็น Manhattan เครื่องดื่มที่ทำง่ายแต่ซับซ้อน และแสนร้อนแรง กับความคลาสสิคที่ยากจะห้ามใจ 

และเฮนรี่เป็น Sex on the beach เครื่องดื่มสีสวย รสชาติหวานอมเปรี้ยว และสดชื่น แต่หากไม่ระวังก็อันตรายไม่ใช่เล่น

พวกเขาก็คงเป็น Blue Blazer ค็อกเทลไฟลุก(Flaming cocktail) ที่แสนร้อนแรง ยิ่งผสานกับวิสกี้ ก็ยิ่งยากที่จะห้ามไฟไม่ให้โหมกระพือได้

Take me hard and make me infatuated and burn with your fire.


I will get drunk If this drink is your love



_______________________________

Manhattan – 

Sex On The Beach – 

Blue Dorado – 

Blue Blazer – 

(Benry)Three steps to be your lover(1/3)

​(Benry)Three steps to be your lover(1/3)

ในวันที่ฝนตกพรำที่ร้านกาแฟหากมีคนมองเข้าไปจะพบชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้ม และแววตาดุดัน ในชุดนักฟุตบอลทีมดัง

เบน แอฟเฟลค นักฟุตบอลที่ดังติดTopของโลก แต่ที่เขาต้องมานั่งมองฝนเป็นคนอกหักตรงนี้ก็เพราะ เพื่อนตัวแสบ อย่างแมตต์ เดม่อนที่บอกว่า

‘มารอที่ร้านกาแฟ เดี๋ยวฉันไปหา ไม่ต้องเอารถมา นั่งรถสปอร์ตแล้วฉันลำบากใจมากกกกกก’ แมตต์บอก แมตต์เป็นคุณครูในโรงเรียนมัธยมละแวกนี้ ทั้งๆที่แมตต์ก็เก่งพอที่สามารถเป็นนักฟุตบอลได้ แต่กลับเบนเข็มไปทางคุณครูแทนเสียนี่
เขาคิดอะไรเรื่อยเปื่อย โดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครมองเขาอยู่

ดวงตาสีฟ้าสดใส ของคุณครูเฮนรี่ผู้เฝ้ามองเบน แอฟเฟลคมาสักพักแล้ว

เฮนรี่เจอเบนบ่อยๆ ทั้งที่เบนมาหาแมตต์ และตามหน้านิตยสาร เบนสะกดสายตาเขาได้ตั้งแต่วันแรกที่เขาเห็นเลย เขาไม่ได้ชอบดูฟุตบอลนัก แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ที่เขาตามดูเบนทุกนัด จนเผลอซื้อเสื้อ และสกรีนชื่อเบนลงไป

เฮนรี่ไม่มีหวัง ข้อนี้ตัวเขารู้ดี แต่เขาทำอะไรไม่ได้ นอกจากเฝ้ามองเบนตรงนี้ เบนมีสาวๆสวยๆมากมาย นับภาษาอะไรกับครูมัธยมธรรมดาอย่างเขา

“คุณๆ”เสียงเข้มที่เรียกดึงเฮนรี่ออกจากภวังค์ ก่อนเขาจะเงยหน้าขึ้น และพบกับคนที่ทำให้หัวใจเขาหยุดเต้น

OMFG เบน  แอฟเฟลคยืนอยู่หน้าเขา ในตอนนี้ เฮนรี่ตัวแข็งค้างไปแล้ว พลางเอามือจัดผม และเสื้อผ้า เบนควรเห็นเขาในสภาพที่ดีๆหน่อยสิ

“คะ คะ ครับ?”ให้ตาย เขาเสียงสั่นมาก ตาสีฟ้าผลุบลงที่โต๊ะ ไม่กล้าสู้สายตาคนตรงหน้า หัวใจเต้นแรงจนกลัวเบนได้ยิน

“คุณใช่เพื่อนแมตต์หรือเปล่า”เบนถาม เฮนรี่พยักหน้ารัวๆอย่างประหม่า แล้วก้มมองมือตัวเองใต้โต๊ะต่อไป ทั้งๆที่อากาศก็เย็นสบาย แต่ทำไมหน้าเขาร้อนนักก็ไม่รู้

“คุณชื่ออะไร”เบนถาม หัวใจเฮนรี่แทบจะหยุดเต้นลงให้ได้ 

“ฮะ เฮนรี่ คาวิลล์”เสียงสั่นๆรีบตอบเบนไป ราวกับกลัวคนถามเปลี่ยนใจอย่างไรอย่างนั้น

“ผมเบน แอฟเฟลค ยินดีที่ได้รู้จัก”เบนยิ้มให้เขา พระเจ้า เขาตายแล้วแน่นอนล่ะ ดูเบนยิ้มสิ ดูท่าทางแสนสุภาพนั่นสิ ให้ตายเถอะ เขาจะไม่รักเบน แอฟเฟลคได้อย่างไรกัน

เบนยื่นมือมาจับมือเขาก่อนเขาจะจับตอบ ตอนแรกเขาคิดว่ามือเบนร้อนมาก แต่ความจริงเขาเขินจนเขามือเย็นมากเลยต่างหาก ให้ตายสิ

“ผมขอนั่งด้วยคนนะ พอดีว่ามีคนเข้าร้านมา แล้วไม่มีโต๊ะ ผมเห็นคุณ ผมเลยสละโต๊ะให้เขา แล้วมานั่งกับคุณ”เฮนรี่พยักหน้ารับ ก่อนก้มลงจดอะไรบางอย่าง เบนมองตามแต่ไม่เห็นอะไรมากนัก

“มือคุณเย็นมากเลย”เบนบอกเบาๆ เฮนรี่เงยหน้าขึ้นมอง ก่อนเผลอจับมือตัวเอง ก็ทำไงได้เขาเขินนี่

“อากาศมันหนาวนิดหน่อยน่ะ”เฮนรี่ตอบกลับไป ก่อนห้มลงไปมองสมุดในมือตัวเองต่อ พลางพยายามปิดไม่ให้เบนเห็นว่าในนั้นมีอะไร เขาก็ไม่อยากเอาเล่มนี้มาอ่านหรอก แต่ทำไงได้เขาไม่มีอะไรทำ

แต่ถ้าให้นั่งอยู่เฉยแล้วมองหน้าเบน เขาละลายอยู่ตรงนี้ตรงนี้แน่

ไม่นานนักแมตต์ก็มา เบนโบกมือลาเขา ก่อนจะแยกออกไป เฮนรี่ก้มมองสิ่งที่ตัวเองจดลงสมุด ที่เต็มไปด้วยภาพของ เบน แอฟเฟลค

5.He see me (Completed)

4.He Look at me (Completed)

3.He knows me (Completed)

2.He talk to me (I mean TALK not just ask. like walk together and talk to each other and I can answer him in sentences not just word because I’m too shy)

1.He Loves me (IMPOSSBLE HENRY!!!! ARE YOU CRAZY? HE IS BEN FUCKING AFFLACK.)